“ธีระเกียรติ” ตามติดทุจริต ศธ. !!

332

รมว.ศึกษาธิการ จี้ คดีทุจริตต่างๆในกระทรวงศึกษาธิการ อย่าดำเนินการล่าช้า เร่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว

วันนี้ (13 ก.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นภายใน ศธ. ซึ่งพบว่า บางเรื่องก็มีความคืบหน้าไปมาก แต่บางเรื่องก็ยังมีความล่าช้าอยู่ ซึ่งในเรื่องที่มีความล่าช้านั้น ตนได้เร่งให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  นอกจากนี้เป็นที่น่ายินที่คณะทำงานแก้ไขปัญหาทุจริตได้สร้างโปรแกรมติดตามและควบคุมกระบวนการแก้ไขปัญหาทุจริต ซึ่งมีความทันสมัยใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ได้ และทำให้ทราบว่าคดีไหนมีความล่าช้าหรือมีการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยผู้บริหารสามารถติดตามได้จากโปรแกรมที่ดาวน์โหลดไว้บนมือถือ

ด้าน พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ.กล่าวว่า  ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการทุจริตต่างๆ  โดยกรณีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน มูลค่า 2,500 ล้านบาท จากบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด  ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กำลังรวบรวมข้อมูลและเตรียมส่งเอกสารผลการชี้มูลอย่างเป็นทางการมาให้ ศธ.ภายใน 2 สัปดาห์นี้ จากนั้นศธ.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป  และกรณี สกสค.ร่วมทุนกับบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ในการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนบ้านป่าตอง จ.หนองคาย นั้น ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับ ดร.พิษณุ ตุลสุข ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ทำให้เห็นภาพการดำเนินโครงการดังกล่าวชัดเจน มีการทำประชาพิจารณ์ และการทำสัญญาซื้อขายขยะที่จะผลิตเป็นไฟฟ้า ดังนั้นจึงเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีที่มาที่ไป  โดยเร็ว ๆ นี้จะเตรียมเสนอให้คณะกรรมการ สกสค.พิจารณาตัดสินใจว่า จะร่วมลงทุนกับบริษัท หนองคายน่าอยู่ ต่อไปหรือไม่

พล.ท.โกศล กล่าวต่อไปว่า  สำหรับการตรวจสอบการติดตั้งกล้องวงจรปิด(CCTV) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 1,104 จุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท 4 แห่งที่ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดไม่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดขอบเขตการดำเนินงานหรือทีโออาร์ที่ระบุให้  1 จุดสามารถดูกล้องได้ 16 ตัว แต่บริษัทติดตั้งให้ดูได้แค่ 6 ตัวเท่านั้น ดังนั้น สพฐ.จึงได้แจ้งให้ 4 บริษัทมาติดตั้งให้ครบทั้งหมดภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะยึดเงินประกัน แต่ขณะนี้มีเพียงบริษัทเดียวที่เข้ามาดำเนินการ ส่วนอีก 3 บริษัทยังไม่มีการตอบรับ อีกทั้งยังให้ทนายความส่งหนังสือแจ้งปฎิเสธที่จะให้ยึดเงินประกัน  เพราะบริษัทเห็นว่าได้ดำเนินการตามสัญญาอย่างถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายของ สพฐ.ไปพิจารณาว่า จะสามารถยึดเงินประกันประมาณ 60  ล้านบาทได้หรือไม่ หากได้จะนำเงินดังกล่าวมาใช้ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครบตามสัญญาต่อไป ขณะเดียวกันได้เร่งให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกล้องซีซีทีวี ดำเนินการสรุปเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดด้วย

ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ตรวจสอบโครงการห้องเรียนอิเลคทรอนิกส์สำหรับการศึกษาพิเศษ หรือ  E-class room และ โครงการระบบห้องสมุดอัตโนมัติ หรือ  E-Library  ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าถูกดองเรื่องไว้ เนื่องจากมีการร้องเรียนนี้ตั้งแต่ปี 2554 แต่ล่าสุดสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบแล้วเสร็จและชี้มูลมาว่า การดำเนินการของทั้งสองโครงการมีความผิดปกติและน่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ดังนั้น สตง.จึงส่งเรื่องให้ ศธ.และ ป.ป.ช.ทำการตรวจสอบ โดยในส่วนของ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งคงต้องให้เวลาในการดำเนินการด้วย

Facebook Comments
Source เดลินิวส์

Leave A Reply

Your email address will not be published.